คำว่าโบลเวอร์ หลายๆ คนคงจะคุ้นหูคุ้นตากันมาบ้างแหละ ส่วนใหญ่ที่คนเข้าใจกันก็คิดว่าเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ในการเป่าลม เอาไว้ทำความสะอาดในพื้นที่ที่ต้องการ และจะว่าไปแล้วตัวของเครื่องโบลเวอร์ก็มีประโยชน์กับงานหลายด้านไม่น้อยเช่นกัน อย่างเช่นในโรงงานอุตสาหกรรม ที่จะมีแทบทุกแห่งก็ว่าได้

สำหรับประเภทของโบลเวอร์ที่เรารู้จักกันนั้น ไม่ได้มีแบบเดียวที่เป็นแบบปั๊มลม แต่ยังมีโบลเวอร์อีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ปั๊มรูท อีกด้วย เพื่อให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับโบลเวอร์มากขึ้น และเลือกใช้งานให้เหมาะกับลักษณะงานต่างๆ เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับโบลเวอร์ทั้งสองชนิดนี้ก่อนว่าต่างกันอย่างไร มีอยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดใดบ้าง

ประเภทของโบลเวอร์

1.Air Blower

หรือเรียกอีกอย่างว่าปั๊มลมก็ได้ หน้าที่หลักของ Air Blower ก็คือการทำหน้าที่ในการดูอากาศ แล้ะป่าอากาศได้พร้อมๆ กัน โดยปริมาณแรงลมที่สามารถผลิตได้นั้น อยู่ที่ตั้งแต่ 10-250 ลิตร / นาที สำหรับหลักการทำงานของปั๊มลมก็คือ จะใช้แกนแม่เหล็กในการเหนี่ยมนำไฟฟ้าเพื่อให้เกิดแรงลม เป็นต้น

ในการนำปั๊มลมเข้ามาประยุกต์ใช้งานนั้น จะนิยมนำมาใช้ในการพัดน้ำ เช่นการบำบัดน้ำเสียในบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง หรือพูดง่ายๆ ก็คือจะใช้กับงานที่ไม่ต้องการแรงลมมากไป และจุดเด่นของปั๊มลมชนิดนี้ก็คือ จะมีการทำงานที่เงียบ ไม่มีเสียงรบกวนมาก และการดูแลรักษาก็ไม่เยอะ ทำให้ไม่ต้องเสียเงินค่าซ่อมบำรุงบ่อย

ปั๊มรูท

2.Roots Blower

หรือเรียกอีกอย่างว่า ปั๊มรูท โดยลักษณะของโครงสร้างการทำงานของปั๊มชนิดนี้ ก็จะเหมือนกัน คือทำหน้าที่ได้ทั้งเป่าอากาศ และดูดอากาศได้พร้อมๆ ข้อแตกต่างของ Roots Blower ที่แตกต่างจากปั๊มชนิดแรกก็คือ จะให้การทำงานที่ต่อเนื่องมากกว่า ให้ปริมาณลมที่คงที่ และการผลิตแรงลมของเครื่องก็ทำได้ดีกว่าปั๊มลมธรรมดา คือผลิตได้ตั้งแต่ 400-20000 ลิตร/นาที

สำหรับการนำไปใช้งานนั้น ปั๊มชนิดนี้จะเหมาะกับการนำไปใช้กับงานบำบัดน้ำเสีย งานสุขาภิบาลที่มีขนาดใหญ่ ต้องใช้กำลังลมสูงๆ ตัวปั๊มลมชนิดนี้จะตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกว่าแบบแรก เพราะให้กำลังที่เหมาะสมกับการใช้งานมากกว่า

3.ริงโบลเวอร์

ลักษณะของโบลเวอร์ชนิดนี้จะแตกต่างจากสองแบบแรก เพราะหลักการทำงานจะเป็นในพัดในการหมุน โดยจะสร้างแรงเหวี่ยงเข้าสู่จุดสศูนย์กลาง สำหรับงานที่เหมาะกับริงโบลเวอร์ก็คือ งานที่ต้องใช้ลมในการเติมอากาศเข้าสู่ระบบ เช่น งานในการลำเลียงสินค้า เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นลักษณะของโบลเวอร์ชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาด จะเห็นว่าคุณสมบัติของโบลเวอร์แต่ละชนิด แม้จะมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน แต่การนำไปใช้งานมีข้อแตกต่างกันให้เห็นชัดเจนทีเดียว

ดังนั้นในการเลือกใช้งาน ก็ควรเลือกให้เหมาะสมตามขนาดของงาน ถ้าเป็นงานขนาดเล็กก็เลือกใช้ปั๊มลมแบบธรรมดาที่เป็น Air Blower แต่ถ้าเป็นบงานใหญ่ ก็จำเป็นต้องใช้ ปั๊มรูท หรือ Root Blower จึงจะเหมาะสม และหากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโบลเวอร์ คุณสามารถสอบถามกับเจ้าหน้าที่หรือร้านที่จัดจำหน่ายก่อนได้ ว่าควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท ก่อนตัดสินใจซื้อ